รางจืด

posted on 19 Jul 2009 18:50 by phuphanwilai in knowledge

 

ชื่อพฤกษศาสตร์ : Thunbergia laurifolia L.

ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE

ชื่ออื่น : กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, รางเอ็น (หรือเขาเขียวเถา) ยาเขียว ดุเหว่า พิดพุด น้ำนอง แอดแอ ย่ำแย้

ลักษณะของพืช : รางจืดเป็นไม้เถาขนาดกลาง ลำต้นจะเลื้อยพันกับต้นไม้อื่น โดยอาศัยลำต้นพันรัดไม่มีมือจับ

ใบ เป็นใบเดี่ยวแยกออกจากลำต้นเป็นคู่ตรงบริเวณข้อ มีสีเขียวเข้ม รูปยาวรี หรือรูปไข่ ขอบขนานกว้าง 4-5 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลมโดยเว้าขอบเรียบหรือหยักตื้น

ดอก สีม่วงอมฟ้าออกเป็นช่อตามซอกใบ ห้อยลงมีใบประดับสีเขียวประ กลีบของดอกมีลักษณะเป็นถ้วยรูปจาน กลีบดอกแผ่ออกเป็นรูปแตร ยาว 4-8 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้ 4 อัน

ผล รูปทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 1 เซนติเมตร ส่วนปลายสอบแหลมเป็นจงอยยาว 2-3 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีกจากส่วนบน

สรรพคุณ : ตามตำรายาไทย ใช้น้ำคั้นใบสดแก้ไข้ถอนพิษของยาพิษ, พืชพิษ, เห็ดพิษ พิษจากสัตว์และสิ่ง มึนเมาต่างๆ ใช้แก้อักเสบ,ตำพอกแก้ปวดลดบวม รากใช้เข้ายารักษาโรคข้ออักเสบและปอดบวม   มีการศึกษาทดลองฤทธิ์ลดไข้ในหนูขาว พบว่าได้ผลดี ทดสอบใช้ใบรางจืดแก้พิษยาฆ่าแมลง Folidol-E พบว่าน้ำสกัดจากใบรางจืดร่วมกับ Nropine สามารถลดอัตราการตายของสัตว์ได้ ทดลองในหนูพบว่าน้ำสกัดใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านพิษยาฆ่าแมลงชนิด Organophosphate ได้

ข้อบ่งใช้ : ลดไข้ ( antipyretic) และ ถอนพิษ (detoxification)

วิธีใช้ : ใบรางจืดที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป โขลกให้แหลกผสมน้ำซาวข้าว คั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือนำใบรางจืดมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้ง ใช้ชงน้ำร้อนดื่ม รากรางจืด (อายุ 2 ปีขึ้นไป) นำมาโขลก/ฝน ผสมน้ำซาวข้าวใช้ดื่ม หรือนำรากรางจืดมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้ง บดเป็นผง บรรจุแค๊ปซูลหรือทำเป็นเม็ด รับประทานครั้งละ ประมาณ 5 กรัม

ข้อมูลจาก : Wikipedia

 

Comment

Comment:

Tweet